การเสียสิทธิของผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมิได้แจ้งเหตุอันควร จะเสียสิทธิ ดังนี้
สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วย ลักษณะปกครองท้องที่
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วย ลักษณะปกครองท้องที่
สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามกฎหมายว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายบัญญัติท้องถิ่น
สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคล ตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
การเสียสิทธิดังกล่าว ให้มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไม่ไป ใช้ สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไปให้สิทธิเลือกตั้ง
ที่มา ... พระราชบัญญํติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 มาตรา 23
ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรจะรีบไปใช้สิทธิเลือกตั้งทันทีที่มีโอกาส หรือแจ้งเหตุอันควร ที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพื่อจะพ้นจากการถูกถอนสิทธิข้างต้น
กรณีต่อไปนี้ถือเป็น "เหตุอันควรที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้"
มีธุระเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกลจากหน่วยเลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
เจ็บป่วย
พิการ หรือสูงอายุ
เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
เหตุสุดวิสัยอื่น หรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด
ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียสิทธิ
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย