การเสียสิทธิของผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมิได้แจ้งเหตุอันควร จะเสียสิทธิ ดังนี้
  1. สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
  2. สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วย ลักษณะปกครองท้องที่
  3. สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
  4. สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วย ลักษณะปกครองท้องที่
  5. สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามกฎหมายว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
  6. สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายบัญญัติท้องถิ่น
  7. สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคล ตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  8. สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  9. การเสียสิทธิดังกล่าว ให้มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไม่ไป ใช้ สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไปให้สิทธิเลือกตั้ง 

     
    ที่มา ... พระราชบัญญํติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 มาตรา 23

ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรจะรีบไปใช้สิทธิเลือกตั้งทันทีที่มีโอกาส หรือแจ้งเหตุอันควร ที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพื่อจะพ้นจากการถูกถอนสิทธิข้างต้น


กรณีต่อไปนี้ถือเป็น  "เหตุอันควรที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้"
  1. มีธุระเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกลจากหน่วยเลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  2. เจ็บป่วย
  3. พิการ หรือสูงอายุ
  4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  6. เหตุสุดวิสัยอื่น หรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด

ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียสิทธิ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย