สัมภาษณ์พิเศษประธานบริษัท Eastland Food Corporation
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณปรีชา เมฆญารัชนานนท์ ประธานบริษัท Eastland Food Corporation ในฐานะผู้ประกอบการไทย ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจการนำเข้าสินค้าไทยในรูปแบบการบริหารและการจัดการแบบครบวงจร
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ: สวัสดีค่ะคุณปรีชาฯ ในฐานะที่บริษัท Eastland Food Corporation ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ดิฉันขอความกรุณา คุณปรีชาฯ ช่วยเล่าความเป็นมาและลักษณะของธุรกิจในเครือข่ายการบริหารของ Eastland Food Corporation ให้แก่ผู้อ่านได้ทราบหน่อยค่ะ

คุณปรีชาฯ : บริษัทเริ่มต้นจากการจัดตั้งร้านขายปลีก ชื่อร้าน Asian Food เมื่อปี ค.ศ. 1974 ซึ่งก็ยังคงประกอบกิจการอยู่จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาปี ค.ศ. 1982 ได้ตัดสินใจขยายธุรกิจ โดยจัดตั้งบริษัทชื่อ Eastland Food Corporation เป็นบริษัทนำเข้าและจำหน่ายสินค้าไทยในสหรัฐอเมริกา เป้าหมายหลักของบริษัท คือการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีคุณภาพและเป็นตราสินค้าของคนไทย อาทิเช่น ข้าว ปลา อาหารทะเลและผักแช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง เครื่องแกง ซอสปรุงรส และเครื่องปรุงรสไทยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทยังได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้แต่เพียง ผู้เดียวในสหรัฐฯ เช่น สินค้าจากบริษัท S&P ซอสภูเขาทอง น้ำพริกแม่ศรี และเครื่องดื่มให้พลังงานคาราบาวแดง เป็นต้น จวบจนทุกวันนี้ ธุรกิจของบริษัทครอบคลุมพื้นที่การบริการใน 26 มลรัฐในพื้นที่ทางตะวันออก ตอนกลาง จรดถึงตอนใต้ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการทำตลาดในพื้นที่ทางตะวันออก บริษัทได้ทำการ จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า โดยตรง นอกจากนั้น บริษัทยังได้ตั้งตัวแทนจัดจำหน่ายในเขตต่างๆ ซึ่งรวมถึงเมืองซีแอตเติล เมืองซานฟรานซิสโก นครลอสแองเจลิส และนครชิคาโกด้วย ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆสามารถดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.eastlandfood.com
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ: คุณปรีชาฯ คิดว่าบริษัท Eastland Food Corporation มีจุดเด่นประการใดที่ทำให้บริษัทมีความแตกต่างจากบริษัทอื่นคะ
คุณปรีชาฯ: ผมคิดว่าการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไทยที่มีคุณภาพ และการจัดทำธุรกิจแบบครบวงจร ของบริษัท ตัวอย่างเช่น ระบบการจัดส่งสินค้าและกระจายสินค้า เราไม่ได้จ้างบริษัทอื่นในการขนส่ง เราคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว และเล็งเห็นว่าเรามีความประหยัดต่อขนาดเพียงพอที่สามารถกระจายสินค้าได้เอง โดยทางบริษัทได้มี รถขนส่งถึง 20 คัน รองรับความต้องการสินค้าของ ผู้บริโภคทั่วพื้นที่การค้าของเราครับ
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ : สำหรับผู้ประกอบการในตลาดนี้ และผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่ตลาด ประเด็นใดเป็นประเด็นที่สำคัญที่คุณปรีชาฯ เห็นว่า ควรคำนึงเพื่อเป็นกุญแจเปิดทางสู่ความสำเร็จคะ
คุณปรีชาฯ : สำหรับบริษัทของคนไทย ผมเล็งเห็นว่านโยบายการตลาด และระบบการจัด การมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการดำเนินงาน ร่วมด้วยการพัฒนาและ การวางแผนการตลาดที่ดี เปรียบเสมือนการเพิ่มอาวุธทางการค้า ให้กับบริษัทและสามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จได้เลยทีเดียวครับ
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ: ไม่ทราบว่าคุณปรีชามีข้อเสนอแนะต่อการพัฒนา การตลาดสำหรับสินค้าไทย ในอนาคตอย่างไรคะ
คุณปรีชาฯ : ประเด็นหนึ่งที่ผมมองเห็น คือ ประเด็นเรื่องต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ของสินค้า อาหารไทย เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก กระป๋อง ซึ่งค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ คู่แข่งขัน แม้ว่าเราจะได้เปรียบเรื่องต้นทุนของอาหารที่ถูกกว่า แต่เมื่อรวมกับต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ ทำให้ผู้ผลิตสินค้าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เป็นอุปสรรคพื้นฐาน ที่ไม่สามารถนำพาอุตสาหกรรมอาหารไทยไปได้ไกลเท่าที่ควร ซึ่งผมเห็นว่ารัฐบาลน่าจะเข้ามาช่วยเหลือในจุดนี้ และไม่ควรให้ผู้ผลิตอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย ผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดเพียงรายเดียว อาจพิจารณาดำเนินนโยบายที่จะส่งเสริมภาคเอกชนเพื่อพัฒนาลดต้นทุนในเรื่องนี้ โดยการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบให้ตรง ประเด็น และสอดคล้องกับศักยภาพ ของประเทศ จะส่งผลให้เกิดความสำเร็จขึ้นกับภาคเอกชนนั้นๆ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะสามารถดำรงอยู่ ในโลกของการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ : ขอขอบคุณคุณปรีชาฯ เป็นอย่างสูงค่ะ ที่ให้เกียรติเปิดมุมมอง ทางด้านการบริหาร การจัดการและตลาดที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และดิฉันเชื่อว่าทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้นำสิ่งที่ได้พูดคุยในวันนี้ไปขยาย ผลให้ได้เกิดประโยชน์แน่นอนค่ะ
*********************************
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
9 กรกฎาคม 2551