โครงสร้างหน่วยงานและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และการค้าของสหรัฐฯ
1. The Office of the United States Trade Representative (USTR) หรือ หน่วยงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการค้าระหว่างประเทศกับภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาและทำความตกลงทางการค้ากับรัฐบาลประเทศต่างๆ แก้ไขกรณีพิพาท และเป็นผู้แทนของสหรัฐฯ ในเวทีการค้าพหุภาคีต่างๆ USTR มีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน เจนีวา และบรัสเซลส์ ผู้ที่เป็นหัวหน้าของ USTR เรียกว่า US Trade Representative หรือ ผู้แทนการค้า มีตำแหน่งเทียบเท่าเอกอัครราชทูต เป็นสมาชิกของฝ่ายบริหาร (Cabinet member) และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาหลักด้านการค้าของประธานาธิบดี เป็นผู้ทำหน้าที่เจรจาการค้า และเป็นโฆษกด้านการค้าของประธานาธิบดี
นอกจากการเจรจาการค้าในระดับทวิภาคี และพหุภาคีแล้ว USTR ยังทำหน้าที่ขยายการเข้าถึงตลาดของสินค้าและบริการของสหรัฐฯ ไปในประเทศต่างๆ การให้สิทธิพิเศษ Generalized System of Preferences (GSP) การออกรายงาน Special 301 และการเจรจาที่มีผลต่อโยบายการนำเข้า เป็นต้น
2. Trade Policy Review Group (TPRG) และ Trade Policy Staff Committee (TPSC) เป็นกลุ่มงานที่ USTR เป็นประธานคณะทำงานและคณะกรรมการตามลำดับ ประกอบด้วยหน่วยงาน 19 แห่งที่เกี่ยวข้อง และทำหน้าที่พัฒนาและประสานงาน เพื่อกำหนดท่าทีของสหรัฐฯ ในการดำเนินการค้าระหว่างประเทศ และการลงทุน
3. Department of Commerce หรือ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ดูแลการนำเข้าและการส่งออกของสหรัฐฯ โดยมีสำนักงาน International Trade Administration ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจสหรัฐฯในเรื่องข้อมูลการค้า การบริหารการส่งออก การเข้าถึงตลาด และการค้าบริการ เป็นต้น นอกจากนั้น Department of Commerce ยังประกอบด้วย (1) หน่วยงาน Bureau of Census ซึ่งจัดทำสถิติเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ (2) หน่วยงาน The Bureau of Export Administration (BXA) ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าที่มีความอ่อนไหว และเทคโนโลยีต่างๆ และช่วยเหลือให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออกของประเทศต่างๆ (3) หน่วยงาน The Patent and Trademark Office ดูแลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์ทางปัญญาของสหรัฐฯ
4. Department of Labour หรือ กระทรวงแรงงาน มีหน่วยงาน The Bureau of International Affairs ทำหน้าประสานงานในประเด็นการค้า การตรวจคนเข้าเมือง และนโยบายด้านแรงงาน โดยเฉพาะมาตรฐานแรงงานเด็ก และการบังคับใช้ความตกลงระหว่างประเทศด้านแรงงาน
5. The Department of Health and Human Services ประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ (1) The Food and Drug Administration หรือ FDA ทำหน้าที่ดูแลการบังคับใช้กฎหมาย the Federal Food, Drug and Cosmetics Act ซึ่งจะปกป้องสุขภาพและดูแลความปลอดภัยผู้บริโภค (2) The Office of Regulatory Affairs Imports ทำหน้าที่ประสานงานกับศุลกากรของสหรัฐฯ เพื่อกำกับดูแลการใช้กฎระเบียบการนำเข้าสินค้า และคอยเตือนผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง รวมทั้งผู้บริโภคหากสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าถูกกักกัน และ (3) The Office of International Affairs ทำหน้าที่ประสานกับ FDA ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศสู่สหรัฐฯ และส่งออกสินค้าสหรัฐฯ ไปยังตลาดประเทศต่างๆ
6. Department of Agriculture หรือ กระทรวงเกษตร ประกอบด้วยหน่วยงาน สำคัญ ได้แก่ The Foreign Agriculture Service ดูแลรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ในประเทศต่างๆ เช่น การพัฒนาตลาดต่างประเทศ การเจรจาและทำความตกลงทางการค้า การวิเคราะห์สถิติและข้อมูลทางการตลาด เป็นต้น
7. Department of the Treasury หรือ กระทรวงการคลัง มีหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ (1) The U.S. Customs Service ทำหน้าตรวจตราพรมแดนของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งบังคับใช้กำแพงภาษีนำเข้าสินค้ามาสหรัฐฯ และให้คำแนะนำแก่ผู้เกี่ยวข้องที่ต้องการนำเข้าสินค้ามายังสหรัฐฯ (2) The Office of Foreign Assets Control ทำหน้าที่ดูแลและบังคับใช้ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้า (economic and trade sanctions) ของสหรัฐฯ กับต่างประเทศ
8. Department of State หรือ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในอดีตกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยทำหน้าที่เจรจาการค้าระหว่างประเทศ แต่เมื่อรัฐสภาจัดตั้งหน่วยงาน USTR ในปี ค.ศ. 1962 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงมิได้ทำหน้าดังกล่าว แต่ยังคงมี(1) หน่วยงาน Bureau of Economic and Business Affairs ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ นอกจากนั้น (2) หน่วยงาน Trade Policy and Programs Division ก็ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้าผ่านการเปิดตลาด และการไหลเวียนของสินค้า บริการ และเงินทุน ไปต่างประเทศ โดยเป็นหน่วยงานที่ประสานงานใกล้ชิดกับ USTR รวมทั้ง ทำหน้าที่ส่งเสริมบทบาทและความสนใจของสหรัฐฯ ในเวที WTO, APEC และ NAFTA
9. U.S. Trade and Development Agency (USTDA) เป็นหน่วยงานอิสระของสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมสินค้าสหรัฐฯ ไปในตลาดใหม่ๆ (emerging markets) ทั้งนี้ USTDA จะมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดโดยเฉพาะในแอฟริกาใต้ ไทย และโครเอเชีย แต่การให้การสนับสนุนด้านงบประมาณยังมีให้กับกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ ทั่วโลก USTDA ทำงานใกล้ชิดกับ Department of Commerce, Export-Import Bank และ Overseas Private Investment Corporation ในการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค การศึกษาความเป็นไปได้ การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ
10. U.S. International Trade Commission (USITC) เป็นหน่วยงานอิสระและกึ่งยุติธรรม (quasi-judicial federal agency) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายแก่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติของสหรัฐฯ โดยเฉพาะผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าต่างประเทศที่จะมีผลต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความไม่เป็นธรรมด้านการค้าจากประเด็น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสินค้าปลอมแปลง
นอกจากหน่วยงานทั้ง 10 ข้างต้นแล้ว ยังมีหน่วยงานที่มีบทบาทในการการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และการค้าของสหรัฐฯ ได้แก่
- Department of Justice,
- Department of Transportation,
- Federal Trade Commission,
- Environmental Protection Agency,
- U.S. Court of International Trade,
- The Export-Import Bank of the United States,
- Agency for International Development,
- The Overseas Private Investment Corporation,
- Small Business Administration
*****************